"เชิญชวนทุกท่านร่วมสร้างสรรค์กฎหมายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน"

อินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน
Blognone
Share |

Suthichai Online - ข่าวประจำวัน

วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553

ปฏิกิริยาใน"เฟซบุ๊ก"ต่อบทความ "ความอดกลั้นของคนกรุงเทพ ..เขาอยากมาแสดงพลัง เราก็ให้โอกาส"



วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 16:31:00 น.  มติชนออนไลน์

ปฏิกิริยาใน"เฟซบุ๊ก"ต่อบทความ "ความอดกลั้นของคนกรุงเทพ ..เขาอยากมาแสดงพลัง เราก็ให้โอกาส"

ภายหลังจากที่มติชนออนไลน์นำเสนอบทความ "ความอดกลั้นของคนกรุงเทพ ..เขาอยากมาแสดงพลัง เราก็ให้โอกาส" โดย สมชัย ศรีสุทธิยากร ไปเมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 มีนาคม ก็มีการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ต่อบทความดังกล่าวกันอย่างคึกคักในเว็บไซต์ "เฟซบุ๊ก" เราจึงขอคัดเลือกความคิดเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับบทความของสมชัยจากชุมชนออนไลน์แห่งนั้นมานำเสนอไว้ ณ ที่นี้


บุญชิต  


เอาเมืองที่สงบสุขของเราคืนมา เราอยากได้กรุงเทพมหานครที่ปลอดภัยและมีรอยยิ้ม เมืองที่เราไปไหนต่อไหนได้โดยไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะมีอันตรายต่อชีวิตหรือ ทรัพย์สิน เมืองที่คนต่างจังหวัดจะมาเยี่ยมญาติหรือท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตร ...


เขาทวงผิดเมืองกระมัง ? มันอาจจะเป็นนครเร้นหลอนในซอกฝันของผู้เขียน


คือผมมั่นใจว่ากรุงเทพฯ นั้นไม่เคยมีัอะไรแบบในย่อหน้าข้างต้นเลย


...คงถึงเวลา ที่คนเมืองคงต้องออกมาดำเนินการอะไรบางอย่างบ้าง...


ทำอะไรดี ? ติดริบบิ้นขาว บีบแตรโดยพร้อมเพรียงกัน ? (ซึ่งก็ไม่เคยเห็นใครทำ)


Wiwat


อ่านแล้วรู้สึกคลื่นเหียน และขนหัวลุกในย่อหน้าสุดท้ายครับ


SMELL LIKE KILLING FIELD ′S SPIRITS (รู้สึกได้ถึงกลิ่นไอของเหล่าวิญญาณที่ล่องลอยอยู่บริเวณทุ่งสังหาร - ถอดความโดยมติชนออนไลน์)


Pongpreeda


เอาแค่ชื่อเรื่อง "ความอดกลั้นของคนกรุงเทพ ...เขาอยากมาแสดงพลัง เราก็ให้โอกาส"


ไอ้คำว่า "เรา" น่ะใคร?


Chayanit


อ่านแล้วรู้สึกกระอักกระอ่วน..พะอืดพะอมเหมือนกัน..


เหมือนว่า "เรา" (แค่)สงสาร เพราะจริงๆ แล้วเรา "เหนือ" กว่าเขา..


เราอยากให้ทำอะไรก็ได้ เพื่อให้ได้กรุงเทพที่สงบสุขของเรา (หรือจริงๆ กรุงเทพก็เป็น "ของเขา" พอๆ กับของเรา?!!?) คืนมา..แล้วปล่อยให้ "คนในชนบท" (ที่เราให้โอกาสเขาแล้ว) กลับไปทนทุกข์กับการเบียดเบียนสารพัดจากคนในเมืองในที่ทางของเขาตามเดิม...


แค่นั้นหรอกหรือที่ "เรา" ต้องการ?!!?


Smitthi


วาท(วาด)กรรม กทม. ตจว. ต้องถูกโค่นล้มเสียที (อาจจะต้องก่อนโค่นอมาตนะยะเสียด้วยซ้ำ)จริงๆคนที่กระจายความคิดแบบนี้ไม่ ว่าทางตรงหรือทางอ้อมรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็คือสื่อผู้อ่อนหัดทางปัญญา


Sirote


เห็นด้วยกับความคิดทุกคน แต่ขอตอบนิดและสมิทธิว่าผมเศร้าที่บทความนี้เขียนโดยอาจารย์จากคณะที่พวกเรา เรียนจบกันมา นี่ไม่ใช่โวหาร แต่เป็นความรู้สึกเศร้าจริงๆ


Bas


People should feel sorry for him for showing his ( disgusting ) selfishness in public. I think he should be ashamed to be a so called Bangkokian who never feels any threat living with fully armed troops around the city na ka ajarn...what a peace?!!!


(ประชาชนควรจะรู้สึกเศร้าใจที่ผู้เขียนบทความได้แสดงความเห็นแก่ตัว อันน่าขยะแขยงของตนเองออกสู่สาธารณชน ฉันคิดว่าผู้เขียนควรจะรู้สึกละอายใจ ในฐานะที่เขาเป็นชาวกรุงเทพฯผู้ไม่เคยรู้สึกว่าการดำเนินชีวิตของตนเองถูก คุกคามโดยกองกำลังทหารที่ออกมาประจำการทั่วเมือง นี่มันสันติภาพอะไรกันคะอาจารย์? - ถอดความโดยมติชนออนไลน์)


Natedao


อาจารย์คนนี้ไม่เคยส่งเสริมปชต. สงสัยว่าเป็นองค์กรกลางตรงไหน พูดที่ไหนก็ไม่เคยกลางสักที น่าจะมีใครเอาเรื่องนี้ไปให้แกอ่าน.....
เขียนโดย Jeabkv Tanashaartanya


ชนชั้นกลางอยู่อย่างสุขสบายใน กทม.
มีรถไฟฟ้าใช้ (จากภาษีประชาชน)
มีทางด่วนมากมายเพื่ออำนวยความสะดวก
มีตึกรามสูงใหญ่บ่งบอกถึงความเป็นคนศิวิไลซ์
มีพรรคการเมืองที่ดี มีคุณธรรมสูงส่งแบบกูดี กูถูกอยู่คนเดียว
มี "บุคคล" ระดับสูง ผู้ฮุบป่าสงวนไม่ผิด เพราะคนกทม. ไม่เคยรุกป่าเข้าไปทำมาหากินแล้วต้องติดคุกเหมือนคนต่างจังหวัด
มีเบอร์เกอร์แดกด่วน
มีสปาอบร่ำกลิ่นหอมจรุงของน้ำหอม ราคาแพงระยำ
มีห้างสรรพสินค้าให้เดินเฉิดฉายในชุดแฟชั่นโก้หรูเพื่อหลบร้อน
มี มี มี .....ฯลฯ


เมื่อ คนต่างจังหวัดซึ่ง "ขาด" ทุกอย่างตั้งแต่ระดับเครื่องยังชีพพื้นฐานถึงขั้นจะไม่มีรับประทาน
เค้าย่อมตระหนักถึงชีวิตในวันพรุ่งนี้และวันต่อๆ ไปดีว่า รุ่นลูกรุ่นหลานย่อมไม่พ้นวงเวียนชีวิตแบบนี้
การเรียกร้องความเป็นธรรมในสังคมย่อมเกิดขึ้น
ปัญหาทุกอย่างมันชี้แจงตัวเองชัดเจนถึงเรื่องชนชั้นและสองมาตรฐาน
การ ทำให้รถติดใน กทม. ทำให้ชนชั้นกลางผู้หลอกตัวเองว่าเป็นผู้ศิวิไลซ์ย่อมอดรนทนไม่ได้ เพราะจะพลาดนัดทานมือกลางวันสุดหรูในราคาแพงระยำกว่าแกงหนึ่งหม้อของคนจนที่ กินได้เป็นอาทิตย์
จะพลาดนัดหมอเพื่อศัลยกรรมความงามเพื่อรักษาสิวเม็ดเล็กกว่าเมล็ดงา
จะพลาดนัดชายหนุ่มลูกเศรษฐีระดับพันล้าน (เผื่อจับและดอดเด้าตัวเองขึ้นเป็นเศรษฐีในระดับนั้นบ้าง)
จะพลาดนัดแม่ม่ายสาวไฮโซเจ้าของห้างสรรพสินค้าราคาหลายพันล้าน คาดหมายว่าจะทำตัวเป็นหนูตกถังข้างสาร
จะพลาด.....จะพลาด .....จะพลาด........


ทำให้ชาวชั้นกลางใน กทม. ผู้ศิวิไลซ์เกินจะทนทานได้กับพวกไอ้ตูดบ้านนอกที่เดินขบวนเข้ามาประท้วง มีเรอะที่คนบ้านนอกพวกนั้นจะเข้าใจประชาธิปไตย
เพราะชนชั้นกลางเหล่านี้บอกตัวเองว่า รู้จักประชาธิปไตยดีที่สุด
เพราะแกนนำผู้รดน้ำมนต์ได้อรรถาธิบายไว้อย่างแยบคายว่า


ชาวชนบทมีประชาธิปไตย 4 วินาที
ประชาธิปไตย ไม่ได้หมายความว่าแค่หย่อนบัตรเลือกตั้ง
นักการ เมืองทั้งหลายล้วนแล้วแต่เลวทรามต่ำช้า (แต่เจ้าลัทธิของตัวเองก็ดันตั้งพรรคการเมือง แถมกลืนน้ำลายตัวเองรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคซะอีก)
และ....และ...และ.....


จึงยอมไม่ได้ที่จะให้เกิดความรุนแรงในบ้านเมือง
จึงออกมาเรียกร้องความสงบ
จึงออกมาบอกว่าหยุดทำร้ายประเทศไทย
จึงออกมาบอกว่า.....ว่า.....ว่า..........


โดยหลงลืมไปว่า ตอนสมัยพันธมิตรกระทำการต่ำทรามหยาบช้า
เวลานั้นตนเองทำอะไรอยู่
อยู่ในสปา
อยู่ในห้างฯ
อยู่ในม่านรูด


ปล. นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นโดยไม่มีความหมายใดๆ ไม่พาดพิงถึงใครใดๆ ทั้งสิ้น ใครร้อนตัวอยากรับไปว่าตัวเองเป็นชนชั้นกลางผู้ศิวิไลซ์เหล่านั้น เชิญรับไปตามอัธยาศัย


มูฮัมหมัด


กรุงเทพเป็นของใครกันแน่ครับ
หรือเป็นที่ตักตวงผลประโยชน์ของคนชั้นกลางที่ไม่ประสีประสา
จริยธรรมขั้นพื้นฐาน ความเมตตาเบื้องต้นไปไหนหมดครับ
กรุงเทพคืออะไรหรือครับ คือ การขึ้นรถเมล์ที่ต้องมีประโยคบางประโยคติดไว้ข้างกระจก ต้องคอยบอกให้เสียสละให้คนเด็ก-ชรานั่ง
ดรรชนีชี้วัดคนกรุงเทพฯเบื้องต้นข้อนี้ยังไม่ผ่านเลยครับ
กรุงเทพฯ คือการรีบเร่งใช่ไหม?ครับ
ลุกขึ้นมาสิครับ ลุกขึ้นมา ผมก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่า
กรุงเทพฯ มันเป็นอย่างที่คิดมานานแล้ว
ประชาธิปไตยมีปัญหาเพราะความเป็นลัทธิใจกลางเมืองใช่ไหม?
เราจะยอมกันไหม? หากจะต้องย้ายเมืองหลวงออกไปอยู่ข้างนอกกรุงเทพฯ เอารัฐบาล รัฐสภาไปอยู่ข้างนอก เอากรมทหารไปอยู่ข้างนอก
ส่วนคนกรุงเทพฯ ท่านที่ประสงค์อยู่ในความสงบ ท่านก็ขอให้อยู่ที่เดิม......
อยากใช้ไฟฟ้ามาก ก็ให้ตั้งโรงไฟฟ้านั่นแหละในกรุงเทพฯ
ใช้ไฟมากก็เสียสละกรุงเทพฯให้ตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์สักแห่ง
เอาไหม?...นี่ใช่ไหม? ความเป็นคนกรุงเทพฯ


อย่ารู้สึกเศร้าเลยศิโรตม์ นี่คือความจริง
เขาสร้างพรมแดนของเขาอยู่ในใจ
เขาไม่อาจก้าวข้ามพรมแดนดังกล่าวนี้


Inthira


อ่านแล้วรู้สึกว่าชาวกรุงเทพช่างมีเมตตา กรุณา เปิดกว้าง....คำว่า"เรา"ในชื่อของบทความนี้ช่างแปลกแยกและเย่อหยิ่งเหลือเกิน...

 

มูฮัมหมัด


อย่าไปขโมยกรุงเทพฯ..ของเขา?


Wanitchakorn


ไม่น่าเชื่อว่าเป็นบทความของอาจารย์ Sick (ป่วยไข้-แปลโดยมติชนออนไลน์) มากๆ ดูถูกคนตจว. มาก


Peter


ชอบความเห็นคุณมูฮัมหมัด มากครับ "...เขาสร้างพรมแดนของเขาอยู่ในใจ"


มูฮัมหมัด


ไม่หรอกครับ เขาดูถูกความเป็นมนุษย์เบื้องต้นของเขาเอง
คำพูดย่อมโชว์หัวใจครับ


Saiwaroon


ว่าแต่ทำอะไรซักอย่าง นี่ ลุงจะทำอะไร อพยพไปอยู่จังหวัดอื่น? โยนบอมบ์? แนะนำให้ฟ้องศาลรัฐธรรมนุญ อาจจะชนะก็ได้นะคะ


Natedao


ลุงแกเตรียม "เก้าอี้"* อยู่มั้งคะ


Saiwaroon


ถ้าเตรียม "เก้าอี้" ขอแบบ honeymoon seat นะคะ จะได้แพงสมกับที่เป็นชาวกรุงเทพฯ


มูฮัมหมัด


อย่าไปถือสาอาจารย์แกเลยครับ
นี่คือผลพวงแห่งความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์
เป็นความผิดพลาดของระบบการศึกษาไทย
จำได้ไหม? มีหนังสือที่ผมอ่านนานมาแล้ว เรื่องโรงเรียนตายแล้ว ไงครับ
.........................................
แต่เอาเถอะครับ
ถึงตอนนี้มันชวนให้คิดไปว่า คนกรุงเทพฯมีอยู่จริงๆ หรือเปล่า?


Virot


ภรรยาของผมอ่านบทความแล้วบอกว่า คำว่า"เรา" ในบทความนี้คงหมายถึง"อ.สมชัย" คนเดียว และคำว่า"ประชาชน" นั้นหมายถึง"คนในกรุงเทพ" เท่านั้นมั้ง คนอื่นไม่เกี่ยว แบบว่ามาเสือกกะ "คนกรุงเทพ" ทำไม "ไอ้พวกชุมนุม" ที่ไม่ใช่ประชาชน ซ้ำร้ายในตอนจบยังยุยงให้ "คนกรุงเทพ" ออกมาตีกับ "ผู้ชุมนุมเสียอีก" ภรรยาผมยังบอกอีกว่าถ้าจะเขียนบทความ "Discriminate" (แบ่งแยกกีดกันผู้คน-แปลโดยมติชนออนไลน์) กันแบบนี้ ไม่ต้องเขียนดีกว่า เสียสถาบันเปล่าๆ...


Siwawong


เดี๋ยวเค้าก็สวนว่า ได้ เอาเมืองของแกไป พร้อมกับโรงไฟฟ้า เขื่อนกั้นน้ำ และอื่น ๆ อีกมากมาย ..

 

Vissanu


"ความอดกลั้นของคนกรุงเทพ ...เขาอยากมาแสดงพลัง เราก็ให้โอกาส"


ผมคิดว่า ต้องไม่ใช่แค่ให้โอกาสเท่านั้น แต่ทุกคนต้องยอมรับการเคลื่อนไหว เพราะคนที่มาเคลื่อนไหว เขาก็เป็นเจ้าของประเทศคนหนึ่ง มีสิทธิมีเสียงตามรัฐธรรมนูญ ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ


Chiranuch


อยากบอกว่ากรุณาคืนภาษีให้ชนบทเท่ากับที่กรุงเทพฯได้เขมือบกลืนมามาก มายอยู่ชั่วนาตาปี และนี่เป็นท่าทีที่ทำให้องค์กรกลางที่ อ.สมชัย สังกัดอยู่ หมดความชอบธรรมในการที่จะเรียกตัวเองว่าเป็นองค์กรกลาง

 

Kittipong


FB (เฟซบุ๊ก) น่าจะมีกด unlike (ไม่ชอบ) นะ จะจิ้มใส่ลิ้งค์นี้ (บทความของสมชัย - มติชนออนไลน์) สักสี่สิบครั้ง


เขียนราวกับว่าคนที่ "อาศัย" อยู่ใน กทม. กับนอก กทม. เป็นคนละ species (สายพันธุ์ - มติชนออนไลน์) กัน อ่านแล้วให้ความรู้สึกแบบ Hutu (ฮูตู) กับ Tutsi (ตุดซี่) ใน Rwanda (รวันดา) หากจัดประเภทความรุนแรง บทความนี้น่าจะแรงกว่ายิง M79 อย่างเทียบกันไม่ได้ เพราะ M79 ยิงเสร็จ ระเบิดแล้วก็จบกัน


มาม่า บลูส์


ขออนุญาตหยิบยืมคำนักวิชาการท่านหนึ่งนะครับ บทความชิ้นนี้ ผมยกย่องให้เป็นการ ′ฆ่าตัวตายทางวิชาการ′ แห่งประเทศประจำปีนี้เลย

 

 

*หมายเหตุ สัญลักษณ์ "เก้าอี้" ถูกนำมาใช้ในการแสดงความคิดเห็นตามเว็บบอร์ดการเมืองหลายแห่ง โดยมีความหมายเชื่อมโยงกับการใช้ความรุนแรงในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

                               http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1269328148&grpid=&catid=02
--
โปรดอ่าน blog
www.pridiinstitute.com
www.nakkhaothai.com
www.pcpthai.org
http://wdpress.blog.co.uk
http://www.cedthai.com/
http://rsm2009-rsm2009.blogspot.com
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
www.youtube.com/user/naiissarachon#p/a/u/0/34ZvscsnCbA

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ติดตาม

คลังบทความของบล็อก

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
http://facthai.wordpress.com/ ต้องรู้เท่าทันในการรับรู้ข่าวสารจากทุกแหล่งข่าว/ FACT - Freedom Against Censorship Thailand กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย http://facthai.wordpress.com/ http://twitter.com/jiew